เข้าสู่ระบบสมาชิก
สถิติสารสนเทศ
วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรมหาวิหาร
1 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี วรวิหาร
2 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี สามัญ
9 วัด
วัดราษฎร์
1455 วัด
สำนักสงฆ์
83 วัด
ที่พักสงฆ์
72 วัด
วัดร้าง
2 วัด
วัดทั้งหมด
1624 วัด
 
ศาสนบุคคลไทย
พระภิกษุ
8303 รูป
สามเณร
292 รูป
แม่ชี
89 รูป
ศิษย์วัด
33 คน
บุคคลทั่วไปชาย
39 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
53 คน
ทั้งหมด
8809 รูป/คน
 
ศาสนบุคคลต่างชาติ
พระภิกษุ
40 รูป
สามเณร
25 รูป
แม่ชี
1 รูป
ศิษย์วัด
3 คน
บุคคลทั่วไปชาย
0 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
0 คน
ทั้งหมด
69 รูป/คน
 
สถิติสถานภาพพระภิกษุปัจจุบัน
พระบวชใหม่
7147 รูป
ลาสิกขา
36 รูป
มรณภาพ
10 รูป
 

สาระธรรม

การจะไปพระนิพพานได้อยู่ที่ใจของเรา ปลดวางภาระทั้งปวงได้หรือไม่

รายละเอียด
เมื่อสองวันก่อนเห็นยมทูตมารอ เกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า “เอ๊ะ...นี่เราจะตายแล้วนะ” ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า “ถ้ามารอโยม โยมพร้อมที่จะไปหรือยัง ?” เมื่อความรู้สึกนี้เกิดขึ้น ก็ได้ยินเสียงหลวงพ่อวัดท่าซุงด่าลงมาว่า “มัวแต่ห่วงแต่คนอื่นนั้นแหละ ตัวเองจะไปไหนยังไม่รู้เลย..!” จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้ากำลังใจเรายังมีอะไรยึดถ่วงแม้แต่นิดเดียว ในจังหวะสุดท้ายของชีวิต อาจจะพลาดจากพระนิพพานได้

ตัวอย่างก็คือหลวงปู่พุฒิ วัดทุ่งแก้ว (วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม) สมณศักดิ์ของท่านก็คือพระราชอุทัยกวี หลวงปู่พุฒิเป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ด้วยความประพฤติปฏิบัติของท่าน อย่างไรเสียก็ต้องเป็นพระอรหันต์ เข้าพระนิพพานแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ หลวงปู่พุฒิท่านนึกขึ้นมาได้ว่า “เอ๊ะ...บัญชีของวัดยังไม่ได้มอบหมายให้ใครดูแลเลย” บัญชีทุกอย่างทำไว้เรียบร้อย แค่คิดว่าไม่ได้มอบให้ใครดูแลแค่นั้น ใจมีห่วงอยู่นิดเดียว แทนที่จะหลุดพ้นไปพระนิพพาน ก็หลุดไปอยู่พรหมชั้นที่ ๑๒ คราวนี้ก็รอไปเถอะ อีกนานเท่าไรก็ไม่รู้กว่าจะเข้าพระนิพพานได้ ?

ดังนั้น..เมื่อมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่อาตมาเจอ ก็คือทันทีที่เห็นยมทูตท่านมายืนจังก้าอยู่ ความรู้สึกแรกก็คือ “เอ๊ะ..เราจะตายแล้ว” ก็แปลว่าใจห่างจากความตาย ไม่ได้คิดถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก ไม่อย่างนั้นความรู้สึกจะไม่เป็นอย่างนั้น ความรู้สึกจะต้องอยู่ในลักษณะพร้อมที่จะตาย แต่นั่นความรู้สึกดันบอกว่า "เอ๊ะ...เราจะตายแล้ว"...

ประการที่สองก็ คือ ไปคิดว่าถ้าเขามารับญาติโยม มีใครพร้อมที่จะไปกันบ้าง ? ถ้ายมทูตมารับนี่ถือว่าโชคดีแล้วนะ เพราะว่าลูกศิษย์สายหลวงพ่อวัดท่าซุง ถ้ายมทูตมารับ โอกาสรอดมีเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเรามักจะอุทิศส่วนกุศลโดยขอให้พระยายมราชเป็นพยาน อาตมาก็อุตส่าห์ไปกังวลว่าถ้าเขามารับลูกศิษย์แล้วเขาพร้อมหรือยัง ? ต้องเรียกว่าห่วงไม่เข้าเรื่อง แต่จะไม่ห่วงเลยก็ผิดวิสัย เพราะในความที่เคยเป็นผู้นำเขามาหลายชาติ แม้กระทั่งชาตินี้ ก็อดไม่ได้ที่จะไปคิดไปห่วงใย ถ้าตายตอนนั้นก็เรียบร้อยเหมือนกัน คงอีกนานกว่าจะควานหาพระนิพพานเจอ เพราะว่ายอดฝีมือระดับหลวงปู่พุฒิ วัดทุ่งแก้ว อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ท่านยังไปติดอยู่ที่พรหมชั้นที่ ๑๒ แล้วอาตมาเองไม่ได้เก่งอย่างนั้น ดูท่าจะไม่รอดแน่..!

เพราะฉะนั้น..เรื่องพวกนี้ญาติโยมทั้งหลายจะประมาทไม่ได้ เราจะไปคิดว่าเราเจริญกรรมฐานทุกวัน การเจริญกรรมฐานทุกวันไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าเราจะไปพระนิพพานได้ การจะไปพระนิพพานได้อยู่ที่ใจของเราปลดวางภาระทั้งปวงได้หรือไม่ ? เราต้องถามตัวเองว่า ถ้าเราตายลงไปตอนนี้..เราพร้อมหรือไม่ ? คนที่เรารักมีไหม ? ของที่เรารักมีไหม ? ทรัพย์สมบัติของเรามีไหม ? สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เราพร้อมจะทิ้งไปเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่ ? อาตมารับรองว่าเจ๊งทุกราย เพราะตอนธรรมดาสามารถตอบได้..เพราะรู้ว่าต้องตอบว่าพร้อม แต่เรื่องของการปฏิบัติ ไม่ใช่รู้คำตอบแล้วจะรอด แต่อยู่ที่ใจของเราที่ต้องวางได้จริง ๆ ถ้าใจไม่พร้อมที่จะวาง ทั้งยึด ทั้งเกาะ ทั้งหน่วง ทั้งเหนี่ยว ทั้งดิ้นรนสารพัดเพราะไม่อยากตาย..ก็ไปไม่รอด...

ญาติโยมจะเห็นได้ว่า บรรดาลูกศิษย์สายหลวงปู่หลวงพ่อเป็นจำนวนมาก ก่อนตายทุกข์ทรมานเหลือเกิน สารพัดโรครุมเร้าเข้ามา สารพัดเรื่องรุมเร้าเข้ามา เพราะเราตั้งใจว่าจะไปพระนิพพาน กติกาการไปพระนิพพานคือต้องตัดร่างกายนี้ให้ได้จริง ๆ แต่เราทำไม่ได้ ในเมื่อทำไม่ได้ ความตั้งใจจะไปซึ่งเป็นมโนสัญเจตนา ความมุ่งมั่นของใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นเรายังไม่สามารถที่จะปลดได้ วางได้ แต่อยากจะไปพระนิพพาน ก็ต้องทรมานกันนานหน่อย บางรายทรมานดิ้นร้องโอดโอยดังไป ๓ บ้าน ๘ บ้านเลย อาตมายืนยันว่าถ้าวางได้ก็ไปเร็ว แต่ถ้าวางไม่ได้แล้วอธิษฐานขอให้ข้าพเจ้าเข้าถึงซึ่งพระนิพพานในปัจจุบันชาตินี้เถิด ก็ทรมานไปเถอะ..!

จงอย่าอธิษฐานแต่ปาก แต่ต้องทำให้ได้อย่างที่อธิษฐานด้วย ต้องหมั่นพิจารณาทุกวัน ๆ ให้เห็นว่าร่างกายของเรานี้เป็นทุกข์จริง ๆ ก้าวเข้าไปหาความเสื่อมสลายทุกเวลา ขึ้นชื่อว่าการเกิดมามีร่างกายที่เต็มไปด้วยความทุกข์อย่างนี้เราไม่ต้องการอีก ตายเมื่อไรเราขอไปพระนิพพานที่เดียว ตัดเอาไว้อย่างนี้ คิดเอาไว้อย่างนี้ทุกวัน ถามตัวเองอยู่เสมอว่าพร้อมจะตายหรือยัง ? ตายแล้วจะไปไหน ? ให้ใจของเราตอบจริง ๆ ว่า “พร้อมแล้ว..ตายแล้วเราขอไปพระนิพพาน” อย่าตอบเพราะรู้ว่าคำตอบนี้ถูก แต่ให้ตอบเพราะจิตใจของเราพร้อมที่จะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

www.watthakhanun.com

ผู้แต่ง
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.

โดย : วัดท่าขนุน

ที่อยู่ : ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

จำนวนเข้าดู : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 16:03:27

ข้อมูลเมื่อ : 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 15:59:01

 
 
 
 

สาระธรรม 10 อันดับ

มโนมยิทธิ

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 11-06-2567

เปิดดู : 34

อบรมธรรมนักเรียน

โดย วัดขรัวตาหนู

ข้อมูลเมื่อ : 02-06-2567

เปิดดู : 22

หลักธรรมของพระพุทธเจ้าตรัสว่า

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 16-05-2567

เปิดดู : 60