เข้าสู่ระบบสมาชิก
สถิติสารสนเทศ
วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรมหาวิหาร
1 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี วรวิหาร
2 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี สามัญ
9 วัด
วัดราษฎร์
1454 วัด
สำนักสงฆ์
84 วัด
ที่พักสงฆ์
71 วัด
วัดร้าง
2 วัด
วัดทั้งหมด
1623 วัด
 
ศาสนบุคคลไทย
พระภิกษุ
8685 รูป
สามเณร
331 รูป
แม่ชี
89 รูป
ศิษย์วัด
35 คน
บุคคลทั่วไปชาย
41 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
51 คน
ทั้งหมด
9232 รูป/คน
 
ศาสนบุคคลต่างชาติ
พระภิกษุ
42 รูป
สามเณร
28 รูป
แม่ชี
1 รูป
ศิษย์วัด
3 คน
บุคคลทั่วไปชาย
0 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
0 คน
ทั้งหมด
74 รูป/คน
 
สถิติสถานภาพพระภิกษุปัจจุบัน
พระบวชใหม่
7505 รูป
ลาสิกขา
18 รูป
มรณภาพ
5 รูป
 

ปูชนียวัตถุสถาน

หลวงพ่อนาคปรก

รายละเอียด

ประวัติหลวงพ่อนาคปรก

วัดวังสำเภาล่ม อำเภอเดิมบางนางบวช อีก 1 องค์ เพราะเล่าต่อๆกันมาว่า ชาวบ้านและพระสงฆ์วัดวังสำเภาล่มขอเอาไปเป็นพระพุทธรูปประจำวัด
มอง จากแผนที่พบว่า วัดวังสำเภาล่ม อยู่ติดกับแม่น้ำสุพรรณบุรี น่าจะเป็นเรื่องง่ายถ้าจะชะลอพระพุทธรูปไปประดิษฐานทางเรือเหมือนวัดอื่นๆ สมัยกรุพระแตกเมื่อ พ.ศ.2475 นั้น ถนนหนทางและรถรายังไม่มากเหมือนปัจจุบัน
เมื่อ เลี้ยวรถเข้าวัดวังสำเภาล่ม ลอดซุ้มประตูรูปสำเภาสวยๆ เข้าไป ไม่ทันถึงอึดใจก็เห็นวิหารสวยงามเตะตา มีพระสงฆ์รูปหนึ่งกำลังกวาดลานวัดอยู่ เมื่อเข้าไปนมัสการถาม จึงกระจ่างใจว่า พระในวิหาร คือพระนาคปรกที่นำมาจากวัดปู่บัวจริงๆ
เป็นอันว่าเราพบพระนาคปรกวัดปู่บัว องค์ที่ 9 แล้วที่วัดวังสำเภาล่ม ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
"ชาวบ้านบอกว่าลอยน้ำมา จริงๆก็มาทางเรือนั่นแหละ"
เสียง ดังฟังชัดจากพระครูอุดมรัตนวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดวังสำเภาล่มอธิบาย กรณีพระพุทธรูปต่างๆ ที่ชาวบ้านมักพูดเสมอว่าลอยน้ำมา เช่นเดียวกับ หลวงพ่อนาค หรือพระนาคปรกในวิหารของวัดซึ่งเล่ากันว่าลอยมาจากวัดปู่บัว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
พระครูอุดมรัตนวัฒน์ เป็นเจ้าอาวาสวัดวังสำเภาล่ม ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ออกมายืนยันว่า พระนาคปรกในวิหารของวัดนั้นมาจากวัดปู่บัว 100 เปอร์เซ็นต์
พร้อม เล่าความเป็นมาของ "หลวงพ่อนาคปรก" ว่า คราวกรุของวัดปู่บัวแตกนั้น ข่าวแพร่ไปทั้งจังหวัด ทราบถึงหูของเจ้าอาวาสสมัยนั้นว่า มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่รวมอยู่ด้วย ทำให้คิดกันว่าน่าจะนำเอามาประดิษฐานไว้ที่วัดบ้าง เพราะในวัดไม่มีพระพุทธรูปบูชาใดๆเลย
ดังนั้น เจ้าอธิการเพชร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น พร้อมด้วยชาวบ้านสำเภาล่มจึงเดินทางไปขอพระพุทธรูปจากวัดปู่บัว คณะขอพระพุทธรูปเมื่อได้พระแล้ว  ก็นำใส่เรือแจวพายย้อนแม่น้ำท่าจีน อัญเชิญประดิษฐานที่วัด

เจ้าอาวาสได้สร้างวิหารครอบไว้

สืบมา เมื่อวิหารเก่าไปตามกาลเวลา ช่วงหนึ่งวิหารทรุดโทรมไปมาก ด้วยความเกรงว่าขโมยจะลักไป จึงอัญเชิญหลวงพ่อนาคปรกจากวิหารไปประดิษฐานไว้บนกุฏิ กลายเป็นว่าชาวบ้านไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็น หรือเข้าไปนมัสการได้ง่ายๆ
สืบ มา เมื่อพระมหาศิลป์ พุทธรกฺขิโต เข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 5 ได้ปรึกษากับชาวบ้านสร้างวิหาร เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อนาคปรกไว้เหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อจะได้ให้ชาวบ้านได้เข้ามากราบไหว้บูชาได้สะดวกนั่นเอง
หลัง จากนั้นชาวบ้านก็ได้เข้ากราบนมัสการหลวงพ่อนาคได้ทุกเวลา และยังได้จัดงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อนาคปรกทุกๆวัน โดยกำหนดไว้วันเสาร์ อาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมของทุกปี
พุทธลักษณะของหลวงพ่อนาคปรกวัดวัง สำเภาล่ม เป็นพระพุทธรูปศิลปะลพบุรี ได้รับอิทธิพลศิลปะขอมแบบบายน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 วัสดุทำด้วยหินทราย
พระพักตร์ค่อนข้าง เป็นรูปสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายรูปปีกกา พระเนตรยาว พระนาสิกโด่งและงุ้ม พระโอษฐ์แบะและหนา พระกรรณยาว พระหัถต์ทั้งสองประสานกันบนพระเพลา อยู่ในท่าประทับนั่งบนขนดนาค
"วัด ปู่บัวจะมาเอาคืน  บอกว่าพระพุทธรูปของเราสวย  แต่ชาวบ้านเราก็ไม่ยอม เพราะว่าเราไม่มีพระพุทธรูปบูชา เราจึงไม่ได้ ให้ไป" เจ้าอาวาสบอก
วัด วังสำเภาล่มนี้ ไม่ใช่วัดเก่าเหมือนวัดปู่บัว ชาวบ้านเพิ่มรวมกันสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ พ.ศ.2440 เจ้าอาวาสรูปแรก ไม่ทราบแน่ชัดว่าชื่ออะไร ทราบแต่ว่าเดิมชื่อวัดโคกอีแร้ง บ้างก็เรียกว่าวัดยางขี้แร้ง เพราะมีต้นยางสูงอยู่บริเวณวัด แล้วมีแร้งเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
สืบมาชาวบ้านตัดต้นยางไปทำบ้าน ทำให้แร้งไม่มีที่อาศัย พากันบินไปหาถิ่นที่อยู่ใหม่
ชื่อ วังสำเภาล่มนั้น เป็นชื่อที่เรียกขานกันในช่วงต่อมา มีเรื่องเล่าว่า มีพ่อค้านำเรือสำเภาผ่านมาล่มบริเวณใกล้วัด ชาวบ้านเลยเรียกชื่อหมู่บ้านว่า   บ้านเรือตะเภาล่ม   และวัดเรือตะเภาล่ม เรียกขานกันต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันกลายเป็นวัดวังสำเภาล่ม
ส่วน หลวงพ่อนาคปรก นับแต่มาอยู่วัดวังสำเภาล่ม เจ้าอาวาสบอกว่าชาวบ้านมีเรื่องอภินิหารอยู่หลายครั้ง  แต่ที่ประจักษ์ชัดมากคือ  คราวที่จะย้ายจากวิหารไปเก็บไว้ที่กุฏิเพราะกลัวคนขโมย ปรากฏว่า "เอารถยกมายก ทำอย่างไรก็ไม่ขึ้น แต่เมื่อบอกเล่าแล้ว แค่คนเพียง 3 คนเท่านั้น ก็สามารถยกได้สบาย" เจ้าอาวาสกล่าว
เพื่อไม่ประมาท ปัจจุบันเมื่อเอาหลวงพ่อนาคปรกมาประดิษฐานในวิหาร จึงหล่อปูนทับหางนาคเอาไว้ป้องกันคนขโมย ลักษณะการป้องกันเช่นนี้ คล้ายๆกับวัดปู่บัว ที่เอาหลวงพ่อนาคไปประดิษฐานไว้แล้วนำเหล็กเส้นขนาดใหญ่ไปยึดฐานพระพุทธรูป ไว้อย่างมั่นคง
การดูแลรักษาพระนาคปรกเจ้าอาวาสบอกว่า กรมศิลปากรเข้ามาดูเหมือนกัน แล้วให้คำแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องลงรักปิดทอง เพราะจะทำให้มองไม่เห็นเนื้อพระพุทธรูปอันสวยงาม ถึงกระนั้นก็มีชาวบ้านมาปิดทองตามองค์พระพุทธรูป
"เรื่องนี้เราห้ามไม่ได้" เจ้าอาวาสบอก
แต่ละ วัน วิหารของหลวงพ่อนาคปรก มีพุทธศาสนิกชนเข้ามากราบนมัสการ ทั้งขอพร และบนบาน เจ้าอาวาสบอกว่า คนที่มาบนบานมีทั้งเรื่องเรียนหนังสือ และอื่นๆ จิปาถะ เมื่อสมประสงค์แล้วก็นำเอาพวงมาลัยหรือไม่ก็นำเอาภาพยนตร์มาฉายแก้บน

โดย : วัดวังสำเภาล่ม

ที่อยู่ : ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

จำนวนเข้าดู : 155

ปรับปรุงล่าสุด : 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 01:53:44

ข้อมูลเมื่อ : 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 23:09:28

 
 
 
 

ปูชนียวัตถุสถาน 10 อันดับ

พระพุทธมหามงคลสุพรรณมาศ

โดย : วัดหนองกระถิน

ข้อมูลเมื่อ : 02-02-2565

เปิดดู : 424

มหาธาตุเจดีย์ศรีวิริยคุณ

โดย : วัดโค้งบ่อแร่

ข้อมูลเมื่อ : 23-02-2565

เปิดดู : 76

พระหยกศรีรัตนชัยสิทธิ

โดย : วัดกองเงินเชตะวัน

ข้อมูลเมื่อ : 11-02-2565

เปิดดู : 58

อุโบสถ

โดย : วัดไผ่สามตำลึง

ข้อมูลเมื่อ : 04-10-2565

เปิดดู : 33

พิพิธภัณฑืพื้นบ้านวัดท่าพูด

โดย : วัดท่าพูด

ข้อมูลเมื่อ : 15-09-2565

เปิดดู : 40

พระจุฬามณีเจดีย์

โดย : วัดท่าพูด

ข้อมูลเมื่อ : 15-09-2565

เปิดดู : 50

วิหาร

โดย : วัดท่าพูด

ข้อมูลเมื่อ : 15-09-2565

เปิดดู : 249