เข้าสู่ระบบสมาชิก
สถิติสารสนเทศ
วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรมหาวิหาร
1 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี วรวิหาร
2 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี สามัญ
9 วัด
วัดราษฎร์
1455 วัด
สำนักสงฆ์
83 วัด
ที่พักสงฆ์
71 วัด
วัดร้าง
2 วัด
วัดทั้งหมด
1623 วัด
 
ศาสนบุคคลไทย
พระภิกษุ
7995 รูป
สามเณร
276 รูป
แม่ชี
86 รูป
ศิษย์วัด
32 คน
บุคคลทั่วไปชาย
44 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
50 คน
ทั้งหมด
8483 รูป/คน
 
ศาสนบุคคลต่างชาติ
พระภิกษุ
46 รูป
สามเณร
25 รูป
แม่ชี
1 รูป
ศิษย์วัด
3 คน
บุคคลทั่วไปชาย
0 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
0 คน
ทั้งหมด
75 รูป/คน
 
สถิติสถานภาพพระภิกษุปัจจุบัน
พระบวชใหม่
6904 รูป
ลาสิกขา
51 รูป
มรณภาพ
15 รูป
 

สาระธรรม

ส่วนใหญ่แล้วพวกเรา "เรียนเกิน รู้เกิน ทำเกิน"

รายละเอียด

พระอาจารย์กล่าวว่า "รู้ว่าอายุมากต้องไม่ประมาท เพราะถ้านับแล้ว ชีวิตเราอยู่ในขาลง ถ้าตีว่าคนเราปัจจุบันนี้ชีวิตอยู่ที่ ๗๕ ปีเป็นประมาณ เกิน ๓๗ ปีครึ่งไป ถือว่าเริ่มเป็นขาลงแล้ว

ในเมื่อเริ่มเป็นขาลง ใครที่เกิน ๓๗ - ๓๘ ปีไป ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งลงมากเท่านั้น ตีเสียว่าแก้ทางอยู่ ๓๗ ปี แต่ถ้าไปไม่ถึงปลายทาง แหกโค้งลงเหวไปก่อน ก็ได้น้อยกว่านั้น ฉะนั้น...จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสั่งสมบุญกุศล

คราวนี้การสั่งสมบุญกุศลมีเป็น ๑๐ วิธี วิธีเดียว คือ การให้ทานที่เราต้องใช้ทรัพย์สินสิ่งของ การรักษาศีล ที่มีอานิสงส์สูงกว่าทาน ไม่ต้องใช้อะไร นอกจากรักษากาย วาจา ใจของเรา

การนั่งสมาธิภาวนาอานิสงส์สูงกว่าศีลอีก ก็แค่นั่งควบคุมความคิดของเราให้อยู่กับลมหายใจเข้าออก ไม่ไป รัก โลภ โกรธ หลง ถ้าสามารถคุมความคิดได้ คือคุมกำลังใจได้ คุมกำลังใจได้ก็เท่ากับคุมกายและวาจาได้ ในเมื่อกายไม่ทำชั่ว วาจาไม่พูดชั่ว ใจไม่คิดชั่ว กรรมใหม่ไม่มี เมื่อกรรมใหม่ไม่มี กรรมเก่าเหมือนกับหนี้ เราไม่สร้างหนี้ใหม่เสียอย่าง ของเก่าค่อย ๆ ผ่อนใช้ไปเดี๋ยวก็หมด

เพราะฉะนั้น...บุคคลที่จะหลุดพ้นได้ ไม่ได้แปลว่าต้องบริสุทธิ์โดยสิ้นเชิงมาตั้งแต่เกิด หากแต่ว่าเรามารักษากำลังใจของเราให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ในปัจจุบันนี้ และพยายามประคับประคองให้ยาวนานไปจนถึงอนาคตให้ได้

ถ้าเป็นหลักธรรมก็คือ หลักปธาน ๔ ของพระพุทธเจ้า มีสังวรปธาน เพียรระมัดระวังไม่ให้อกุศลกรรมเกิดขึ้น ปหานปธาน พยายามกำจัดอกุศลกรรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ภาวนาปธาน พยายามเสริมสร้างกุศลกรรมให้เกิดขึ้น อนุรักขนาปธาน พยายามรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หลักการมีง่าย ๆ แค่นี้ ก็คือละชั่ว ทำดี ชัด ๆ เลย เพียงแต่ว่าดึงเข้ามาหา ศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักไตรสิกขาของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้วพวกเรา "เรียนเกิน รู้เกิน ทำเกิน" สิ่งที่พระพุทธเจ้าต้องการ เป็นแค่ "พอดี" ในเมื่อเรา "ทำเกิน ไม่พอดี" จึงไม่ประสบความสำเร็จสักที เหมือนคนตั้งใจจะออกจากสถานที่หนึ่ง แต่เดินไม่ตรงประตู อย่างไรก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น...ก็ต้องเดินให้ตรงช่องประตู ที่พระพุทธเจ้าเรียกว่ามรรคมีองค์ ๘

ทั้ง ๘ ข้อพอย่อลงก็เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา เพราะสัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ การมีความเห็นถูก การมีความดำริถูก เป็นปัญญา

สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ การพูดถูก การกระทำถูก การเลี้ยงอาชีพถูก จัดเป็นศีล

สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ความเพียรที่ถูกต้อง การตั้งสติที่ถูกต้อง การทำสมาธิที่ถูกต้อง จัดอยู่ในหมวดสมาธิ

สรุปแล้วหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่ในไตรสิกขานั่นแหละ"
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

www.watthakhanun.com

ผู้แต่ง
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

โดย : วัดท่าขนุน

ที่อยู่ : ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

จำนวนเข้าดู : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 21:10:29

ข้อมูลเมื่อ : 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 21:10:29

 
 
 
 

สาระธรรม 10 อันดับ

ถ้าจะปฏิบัติธรรมต้องทำให้จริง

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 27-01-2569

เปิดดู : 44

สาระธรรม

โดย วัดภูเขาดิน

ข้อมูลเมื่อ : 29-12-2568

เปิดดู : 67