เข้าสู่ระบบสมาชิก 
สถิติสารสนเทศ 
สาระธรรม
เราต้องซักซ้อมการตายไว้เสมอ ๆ
รายละเอียด
การปฏิบัติธรรมจะขาดวิปัสสนาญาณไม่ได้ เพราะว่าถ้าขาดเมื่อไร เราก็จะไม่เห็นความเป็นจริง ถ้าขาดสมาธิคือสมถะ ถึงเห็นความเป็นจริงสภาพจิตก็ไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไป ไม่ใช่ทำเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
คราวนี้การที่เราจะทำควบคู่กัน ถ้าหากว่าต้องการใช้ได้ทุกเวลาในชีวิตประจำวัน ก็ต้องพยายามพิจารณาให้เห็นธรรมชาติรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นวัตถุธาตุ สิ่งของต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และเสื่อมสลายตายพังไปในที่สุด มองไปทางไหนก็เห็นเป็นอย่างนี้ ก็คือจะเห็นว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปก็ได้ จะเห็นว่ามีแต่ดับมีแต่พังสลายไปก็ได้ จะเห็นว่าเป็นทุกข์ เป็นภัย เป็นของน่ากลัวก็ได้
แต่คราวนี้เห็นแล้วใจเรายอมรับอย่างแท้จริงหรือไม่ ? บางคนสลดใจแค่ ๑ - ๒ นาทีแล้วก็กลับไปยึดมั่นถือมั่นเหมือนเดิม บางคนสามารถดึงตัวห่างออกมาแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็หลงกลกิเลส ย้อนกลับไปหาใหม่ อยู่ในลักษณะเบื่อ ๆ อยาก ๆ ประมาณว่าดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้..!
ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนผู้หนาด้วยกิเลส เพียงแต่ว่าเราต้องไม่ประมาท ระลึกอยู่เสมอว่าลมหายใจนี้อาจจะเป็นลมหายใจสุดท้ายของเราก็ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงเป็นผู้ไม่มีวันพรุ่งนี้ มีเฉพาะวันนี้ หรือว่ามีเฉพาะเดี๋ยวนี้ เราจึงต้องทำวันนี้หรือว่าทำเดี๋ยวนี้ของเราให้ดีที่สุด คำว่าดีที่สุดก็คือเต็มกำลังกาย เต็มกำลังใจ เต็มกำลังสติปัญญา หรือว่าถ้าต้องอาศัยภายนอกก็เต็มกำลังคน เต็มกำลังทรัพย์ด้วย
คาดว่าทุกท่านคงไม่เคยทุ่มเทจนเต็มกำลังอย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้นแล้วก็คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้ เรื่องเพราะว่าฆราวาสถ้าบรรลุมรรคผลก็มักจะสิ้นชีวิตภายใน ๗ วัน อันนี้ตำราบอกไว้ แต่หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ท่านบอกว่า ที่ท่านเจอมา ฆราวาสบรรลุมรรคผลกลางวัน ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ฆราวาสที่บรรลุมรรคผลกลางคืน ไม่มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้น มักจะโดนตัดให้ตายไปเสียก่อน..!
พูดแค่นี้หลายคนเริ่มหวาดเสียว กลัวว่าตัวเองจะตาย ซึ่งจะว่าไปแล้วท่านทั้งหลายก็ยังมีความกลัวเป็นปกติ เราก็ต้องซักซ้อมการตายไว้เสมอ ๆ
ตื่นเช้าขึ้นมาทำกรรมฐานให้เต็มที่ แล้วลองถามตัวเองว่า คนที่เรารักมีหรือไม่ ? ของที่เรารักมีหรือไม่ ? ทรัพย์สมบัติที่เราห่วงใยมีหรือไม่ ? ถ้าให้ตายลงไปตอนนี้พร้อมหรือไม่ ? ให้กำลังใจตอบตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ข้อนี้ต้องตอบว่าไม่ถึงจะถูก แล้วเราก็ตอบตามนั้น ถ้าลักษณะแบบนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไร เพราะว่าไม่ใช่กำลังใจที่แท้จริงของตนเอง
ขอฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับพวกเราว่า เรายังมีความรักความห่วงใยร่างกายนี้ ตลอดจนกระทั่งผู้คน สิ่งของรอบข้างหรือไม่ ? ถ้ามีก็พยายามสลัดตัดทิ้งไปให้เหลือน้อยที่สุด ถึงเวลาจะได้มีความคล่องตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com
ผู้แต่ง
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
โดย : วัดท่าขนุน
ที่อยู่ : ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
จำนวนเข้าดู : 72
ปรับปรุงล่าสุด : 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 22:37:30
ข้อมูลเมื่อ : 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 22:34:20
สาระธรรม 10 อันดับ
เรื่องของพระ สำคัญที่สุดก็คือ ศีล ทุกสิกขาบทต้องระมัดระวังให้ดี
โดย วัดท่าขนุน
ข้อมูลเมื่อ : 13-01-2569
เปิดดู : 32
คนเราทุกคนที่เห็นๆกันอยู่นี้ ล้วนต้องละโลกไปทั้งหมด
โดย วัดสารภี
ข้อมูลเมื่อ : 05-01-2569
เปิดดู : 35
คนที่มีปัญญา เขารู้จักหาช่องทางดำเนินชีวิตไม่ให้ตัวเองต้องเดือดร้อน
โดย วัดท่าขนุน
ข้อมูลเมื่อ : 25-12-2568
เปิดดู : 54
การที่เราทำสิ่งที่เป็นโทษเบาหลาย ๆ ครั้ง โดยที่คิดว่าโทษไม่หนัก แต่จริง ๆ แล้วกำลังเป็นการตอกย้ำกรรมของตนเอง
โดย วัดท่าขนุน
ข้อมูลเมื่อ : 18-12-2568
เปิดดู : 47
สายการปฏิบัติทั้งหมด ก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วทั้งนั้น
โดย วัดท่าขนุน
ข้อมูลเมื่อ : 11-12-2568
เปิดดู : 108
เด็กเล็ก ๆ อย่าบังคับให้เขาปฏิบัติธรรม หากแต่ใช้วิธีพ่อแม่ทำตนเป็นตัวอย่าง
โดย วัดท่าขนุน
ข้อมูลเมื่อ : 27-11-2568
เปิดดู : 73











