เข้าสู่ระบบสมาชิก
สถิติสารสนเทศ
วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรมหาวิหาร
1 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นเอก วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรมหาวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นโท วรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี ราชวรวิหาร
0 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี วรวิหาร
2 วัด
พระอารามหลวง ชั้นตรี สามัญ
9 วัด
วัดราษฎร์
1455 วัด
สำนักสงฆ์
83 วัด
ที่พักสงฆ์
70 วัด
วัดร้าง
2 วัด
วัดทั้งหมด
1622 วัด
 
ศาสนบุคคลไทย
พระภิกษุ
8392 รูป
สามเณร
350 รูป
แม่ชี
87 รูป
ศิษย์วัด
36 คน
บุคคลทั่วไปชาย
40 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
51 คน
ทั้งหมด
8956 รูป/คน
 
ศาสนบุคคลต่างชาติ
พระภิกษุ
41 รูป
สามเณร
27 รูป
แม่ชี
1 รูป
ศิษย์วัด
5 คน
บุคคลทั่วไปชาย
0 คน
บุคคลทั่วไปหญิง
0 คน
ทั้งหมด
74 รูป/คน
 
สถิติสถานภาพพระภิกษุปัจจุบัน
พระบวชใหม่
7344 รูป
ลาสิกขา
16 รูป
มรณภาพ
2 รูป
 

สาระธรรม

มัชฌิมาปฏิปทา

รายละเอียด

ความเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะช่วยวัดตัวเองได้สองอย่าง อย่างแรกก็คือว่า เรายังยึดร่างกายนี่อยู่หรือเปล่า ? ถ้ายังยึดร่างกายอยู่ ก็โอดโอยคร่ำครวญไม่รู้จักแล้วจักเลิก ถ้าไม่ยึด ทิ้งแล้วทิ้งเลย อยากเป็นอย่างไรเรื่องของมัน รักษาหายก็หาย ไม่หายจะตายไปก็ช่างมัน อีกส่วนหนึ่งคือ วัดได้เลยว่า สิ่งที่เราปฏิบัติมานั้น ไปถึงแค่ไหน ?

ถ้ามีความคล่องตัวในเรื่องของสมาธิ เรื่องของฌานสมาบัติ ก็สบาย ป่วยแค่ไหนก็ไปได้ ถึงเวลากระโดดข้ามอารมณ์นั้นไปเลย ไปอยู่ในจุดที่เราสามารถบังคับใช้งานร่างกายได้ตามปกติ

ฉะนั้น..ตัวป่วยจะว่าไปแล้วก็เป็นลาภอันประเสริฐ เพราะว่าทำให้เรามีข้อทดสอบ มีเครื่องวัดตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าเราไปถึงไหนแล้ว ? ทำได้แค่ไหนแล้ว ? ปล่อยวางได้ไหม ? สามารถยกจิตหนีจากร่างกายได้ไหม ?

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าอยู่ในเบื้องต้นก็ไม่เข้าใจ แต่ถ้าทำไปถึงในเบื้องกลางก็จะเริ่มเข้าใจ เข้าใจว่าเราจะจัดการกับร่างกายอย่างไร ? ทำอย่างไรจะไม่ให้ยึดเกาะ ทำอย่างไรที่จะไม่ยึดมั่นจนเกินไป เพราะร่างกายคือโลก

ร่างกายของเรานี้คือโลก เรายึดเกาะไม่ได้ เรื่องของธรรมะเราก็ยึดมากไม่ได้ ปฏิบัติแล้วก็ไปตามแนวทาง เดินไปทีละขั้น..ทีละขั้น ที่ท่านบอกว่ามัชฌิมาปฏิปทา* ตรงตามนั้นเลย ความดีก็เกาะไม่ได้ ความชั่วก็เกาะไม่ได้

รู้ว่าดีเราก็ทำ รู้ว่าชั่วเราก็ละ ท้ายสุดทั้งดีทั้งชั่วก็ไม่เอา ถ้าพ้นดีพ้นชั่วเมื่อไรก็ไปนิพพาน ฟังอีกเที่ยวนะ..รู้ว่าดีก็ทำ ทำเพราะเป็นเรื่องที่ดี ทำเพื่อเป็นกำลังที่จะส่งเราให้พ้นดี รู้ว่าชั่วก็ละ เพราะว่าถ้าเราไม่ละชั่ว คนอื่นไม่ทราบกำลังใจของเรา มองเราในแง่ที่ไม่ดี ก็เป็นทุกข์เป็นโทษแก่คนอื่น ดังนั้น..เมื่อรู้ว่าดีก็ทำ รู้ว่าชั่วก็ละ ถ้าไม่เกาะทั้งดีทั้งชั่ว ก็ผ่ากลางไปเลย
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com

ผู้แต่ง
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.

โดย : วัดท่าขนุน

ที่อยู่ : ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

จำนวนเข้าดู : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 08:56:33

ข้อมูลเมื่อ : 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 08:56:33

 
 
 
 

สาระธรรม 10 อันดับ

บุญกิริยาวัตถุ ๑๐

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 30-06-2565

เปิดดู : 3

ต้นไม่พูดได้

โดย วัดนันทวัน

ข้อมูลเมื่อ : 29-06-2565

เปิดดู : 4

การเห็นพระนิพพาน

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 29-06-2565

เปิดดู : 3

อมตะธรรม คือ พระนิพพาน

โดย วัดท่านางเริง

ข้อมูลเมื่อ : 28-06-2565

เปิดดู : 3

มารเล่นงานเราได้ตลอดเวลา

โดย วัดท่าขนุน

ข้อมูลเมื่อ : 28-06-2565

เปิดดู : 5